วันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2551
เธชเธฒเธฃเธเธเธตเธเธฒเธเนเธเธฃเธเธฑเธจเธเน
เธชเธฒเธฃเธเธเธตเธเธฒเธเธงเธดเธเธขเธธ
เธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เนเธญเธเธชเธฒเธฃเนเธเธขเนเธเธฃเน
เนเธเธชเนเธเธญเธฃเน
เธชเธเธดเนเธเนเธเธญเธฃเน
เธกเธเธดเธเธ
เนเธเธฅเธดเธเธดเธงเธชเน
FAQ
เนเธเธเธฒเนเธเธฃเธเธฑเธจเธเน
เนเธเธฉเธเธฒเธงเธดเธเธขเธธ
เนเธเธฉเธเธฒเธทเธชเธทเนเธญเธชเธดเนเธเธเธดเธกเธเน
เนเธเธเนเธฒ
เธเนเธฒเธ
เธเนเธณเธกเธฑเธ / เธเธดเนเธเธฃเนเธฅเธตเธขเธก
เธญเธเธธเธฃเธฑเธเธฉเนเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เธเนเธขเธเธฒเธขเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เนเธเธเนเธฒ
เธเนเธณเธกเธฑเธ
เธเนเธฒเธ
เธญเธเธธเธฃเธฑเธเธฉเนเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เธเนเธขเธเธฒเธขเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เธเธเธชเธฑเธกเธ เธฒเธเนเธเธฒเธเนเธเธฃเธเธฑเธจเธเน
เธเธเธชเธฑเธกเธ เธฒเธเนเธเธฒเธเธงเธดเธเธขเธธ
เธเธเธชเธฑเธกเธ เธฒเธเนเธเธฒเธเธชเธทเนเธญเธชเธทเนเธเธเธดเธกเธเน
สารคดีทางโทรทัศน์
สารคดีทางวิทยุ
เอกสารเผยแพร่
โปสเตอร์
สติ๊กเกอร์
มติชน
เดลินิวส์
FAQ
โฆณาโทรทัศน์
โฆษณาวิทยุ
โฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์
::
ราคาน้ำมันวันนี้
:: ข่าวดี !บ้านใครใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 1,500 บ/ด เชิญเข้าร่วมโครงการล้างแอร์ฟรี โดยแจ้งความประสงค์ได้ที่ 0-2436-5555 ::
:: รถจักรยานยนต์ 4 จังหวะทุกรุ่น สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลได้ สำหรับรถ 2 จังหวะให้ดูตามคู่มือหรือใบแจ้งของแต่ละบริษัท
December
2
2008
ไฟฟ้า
ก๊าซ
น้ำมัน / ปิโตรเลียม
อนุรักษ์พลังงาน
นโยบายพลังงาน
ไฟฟ้า
น้ำมัน
ก๊าซ
อนุรักษ์พลังงาน
นโยบายพลังงาน
บทความต่างประเทศ
บทสัมภาณ์ทางโทรทัศน์
บทสัมภาณ์ทางวิทยุ
บทสัมภาณ์ทางสื่อสื่งพิมพ์
Home
|
Webboard
|
Login
|
Register
|
Site Map
หน้าหลัก
|
พลังงานในพระราชดำริ
|
บทสารคดี
|
เอกสารเผยแพร่
|
การ์ตูนพลังงาน
|
ไขข้อข้องใจ
|
คลิปวิดีโอ
|
สื่อประชาสัมพันธ์
|
โครงการดีดี
ข่าวพลังงาน
|
สรุปข่าวพลังงาน
|
News Clipping
|
ราคาน้ำมัน
|
บทความ
|
บทสัมภาษณ์
|
เกร็ดความรู้
121/1-2 ถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
สายด่วน หาร 2 โทร. 0-2612-1040
LPG ถึงคราวกลียุค พิษมาตรการ 2 ราคา
ที่มา:สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
วันที่:ธันวาคม 2550
1. ความเป็นมา
1.1 ปัจจุบันระบบราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เป็นแบบ กึ่งลอยตัว โดยได้มีการยกเลิกควบคุมราคาขายปลีกก๊าซ LPG ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นมา รัฐควบคุมเพียงราคาขายส่ง ส่วนราคาขายปลีกและค่าการตลาดผู้ค้าก๊าซเป็นผู้กำหนด ดังนั้น ผู้ค้าก๊าซสามารถปรับค่าการตลาด ให้สอดคล้องกับต้นทุนตามสภาวะตลาด หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกรมการค้าภายใน มีหน้าที่กำกับดูแลมิให้มีการกำหนดราคาเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภค โดยจะติดตามดูแลค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นว่าสอดคล้องกับต้นทุนจริงหรือไม่ รวมถึงส่งเสริมการแข่งขันเพื่อกดดันไม่ให้ราคาสูงขึ้นจนกระทบผู้บริโภคมากเกินไป
1.2 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2542 ได้มีมติเห็นชอบแนวทางและขั้นตอนการยกเลิกควบคุมราคาก๊าซ LPG และระบบการค้าและมาตรฐานความปลอดภัยก๊าซ LPG ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเตรียมการ 2) การยกเลิกควบคุมราคาขายปลีก 3) การดำเนินการภายหลังการ ยกเลิกควบคุมราคาขายปลีกและการเตรียมการสู่การลอยตัวเต็มที่ 4) การใช้ระบบ ลอยตัวเต็มที่ โดยสมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่สาม
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมการ
: ได้ทำการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจหน่วยงานปฏิบัติ ในนโยบายและฝึกซ้อมวิธีปฏิบัติ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่มีนาคม 2542
ขั้นตอนที่ 2 การยกเลิกควบคุมราคาขายปลีก
: วันที่ 15 ตุลาคม 2544 คณะกรรมการกลางการควบคุมราคาสินค้า (กรมการค้าภายใน) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการควบคุมราคาขายปลีก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นไป
ขั้นตอนที่ 3 การดำเนินการภายหลังการยกเลิกควบคุมราคาขายปลีกและการเตรียมการ สู่การลอยตัวเต็มที่
: ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนนี้ ซึ่งเป็นการใช้ระบบราคา กึ่งลอยตัว โดยราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดโลก และมีมาตรการในการกำกับดูแลการกำหนดราคา และดำเนินการ เมื่อพบการกำหนดราคาที่สูงเกินเหมาะสม มีการดำเนินการคือ
1) รัฐยกเลิกการควบคุมราคาขายปลีกแต่ยังคงมีการควบคุมราคาในระดับขายส่ง
2) รัฐกำหนดราคา ณ โรงกลั่น/ราคานำเข้าให้สะท้อนสภาพตลาด
3) รัฐกำหนดระดับอัตราเงินชดเชยราคาก๊าซ LPG คงที่ในระดับหนึ่ง
4) รัฐกำหนดราคาขายส่งให้เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับราคาตลาดโลก มีผลให้ราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงตาม
5) ในระหว่างนี้จะมีการปรับปรุงระบบการค้าก๊าซ LPG และเพิ่มการแข่งขัน ในตลาดโดยเปิดเสรีในด้านการจัดหาของผู้ค้าและให้โอกาสผู้ค้าก๊าซสามารถใช้บริการคลังก๊าซและระบบขนส่งก๊าซของ ปตท. ได้ โดยให้ ปตท. เป็นผู้ให้บริการรับจ้างดังกล่าว (Third party access)
ขั้นตอนที่ 4 การใช้ระบบราคา ลอยตัวเต็มที่ โดยสมบูรณ์
: ยกเลิกการกำหนดราคาโดยรัฐทยอยลดการชดเชยค่าขนส่งระหว่างคลังของ ปตท. และใช้บัญชีค่าขนส่งมาตรฐานเป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาของแต่ละจังหวัด โดยหลังจากการใช้ระบบราคา กึ่งลอยตัว ระยะหนึ่ง เมื่อตลาดสามารถปรับตัวกับระบบการเปลี่ยนแปลงราคาและการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นแล้ว รัฐจะยกเลิกควบคุมราคาทั้งระบบ โดยผู้ผลิต/ผู้ค้าจะเป็นผู้กำหนดราคาตามภาวะตลาดเช่นเดียวกับราคาน้ำมันฯ
1.3 ครม. ในการประชุมเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2544 ได้อนุมัติตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เรื่องข้อเสนอการแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาก๊าซ LPG ในระยะยาว โดยให้ใช้ระบบราคา กึ่งลอยตัว และมอบหมายให้คณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน เป็นผู้พิจารณาทางเลือกการดำเนินการในการใช้ระบบราคา กึ่งลอยตัว หรือการปรับราคาโดยอัตโนมัติ
1.4 คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 ได้มีการพิจารณาและมีมติเรื่อง การแก้ไขปัญหาราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวและฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
(1) การปรับหลักเกณฑ์การกำหนดราคา ณ โรงกลั่นและราคานำเข้า ให้ปรับหลักเกณฑ์การกำหนดราคา ณ โรงกลั่นและราคานำเข้าก๊าซ LPG โดยกำหนดให้เท่ากับราคาประกาศเปโตรมิน (CP) ลบ 16 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน โดยให้มีราคาประกันต่ำสุดที่ 185 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน และมีราคาเพดานสูงสุดที่ 315 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน
(2) การจำกัดอัตราเงินชดเชยราคาก๊าซ LPG สูงสุด เพื่อยุติการไหลออกของเงินกองทุนน้ำมันฯ และให้มั่นใจว่ากองทุนน้ำมันฯ จะสามารถชำระหนี้ได้หมดภายในปี 2547 ดังนี้
- เดือนกรกฎาคม 2546 จำกัดอัตราชดเชยไม่เกิน 3 บาท/กก. ซึ่งเป็นระดับไม่ สูงกว่ารายได้ของกองทุนน้ำมันฯ
- เดือนกรกฎาคม 2547 จำกัดอัตราชดเชยไม่เกิน 2 บาท/กก.
- เดือนกรกฎาคม 2548 ให้ยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยราคาก๊าซ LPG ยกเลิกการควบคุมราคา สู่ระบบ ลอยตัวเต็มที่
1.5 ในช่วงปี พ.ศ. 2547 2549 ได้เกิดวิกฤติการณ์ปัญหาราคาน้ำมันแพง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งหากดำเนินการยกเลิกการตรึงราคาก๊าซ LPG จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ราคาสินค้า อัตราค่าขนส่งและประชาชน ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวรัฐจึงมีนโยบายให้ขยายระยะเวลาการยกเลิกการตรึงราคาก๊าซ LPG ต่อไป และได้มีการดำเนินการแล้วรวม 8 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2549 กบง. ได้พิจารณาเห็นชอบ ดังนี้
(1) ให้ขยายเวลาการจำกัดอัตราชดเชยราคาก๊าซ LPG ไม่เกิน 2 บาท/กก. จากเดือนธันวาคม 2549 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2550
(2) ให้ขยายเวลาการยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยราคาก๊าซ LPG และการควบคุมราคา สู่ระบบ ลอยตัวเต็มที่ จากเดือนธันวาคม 2549 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2550
1.6 กบง. เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ได้พิจารณาเรื่อง ข้อเสนอมาตรการป้องกันการ ขาดแคลนก๊าซ LPG ในประเทศ และได้มีมติให้เก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากการส่งออกก๊าซ LPG เพื่อนำมาชดเชยให้แก่ก๊าซ LPG ที่จำหน่ายในประเทศ โดยการปรับราคาก๊าซ LPG ณ โรงกลั่น/โรงแยกก๊าซฯ ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศให้สูงขึ้น ซึ่งรายจ่ายของกองทุนน้ำมันฯ ที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้จะเท่ากับรายรับของกองทุนน้ำมันฯ ที่ได้จากการเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากการส่งออกก๊าซ LPG
2. ระบบการกำหนดราคาก๊าซ LPG
2.1 โครงสร้างราคา
โครงสร้างราคาก๊าซ LPG จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นและราคาขายปลีก
ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น
ประกอบด้วย ราคา ณ โรงกลั่นหรือราคา ณ โรงแยกก๊าซ/ราคานำเข้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนน้ำมันฯ และภาษีมูลค่าเพิ่ม
ราคาขายปลีก
ประกอบด้วย ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ค่าการตลาดและภาษีมูลค่าเพิ่ม
รัฐได้กำหนดให้ราคาขายส่ง ณ คลังก๊าซของ ปตท. มีราคาเท่ากันทั่วประเทศ ซึ่งเท่ากับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นหรือโรงแยกก๊าซ โดยรัฐใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยค่าขนส่งก๊าซไปยังคลังก๊าซ ได้แก่ คลังนครสวรรค์ ลำปาง ขอนแก่น สงขลา และสุราษฎร์ธานี แต่ราคาขายปลีกของจังหวัดต่างๆ รอบคลังก๊าซ จะแตกต่างกันตามค่าขนส่ง จากคลังก๊าซไปยังพื้นที่นั้นๆ โดยค่าขนส่งดังกล่าว กรมการค้าภายในเป็นผู้กำกับดูแล
2.2 องค์ประกอบของโครงสร้างราคา มีการกำหนดดังนี้
2.3 หลักเกณฑ์การคำนวณราคา ณ โรงกลั่นและราคานำเข้า กบง.
ได้กำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดราคาก๊าซที่ผลิตในประเทศและราคานำเข้าเป็นหลักเกณฑ์เดียวกัน โดยเปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การกำหนดราคา ณ โรงกลั่นและราคานำเข้าหลายครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงนั้น ๆ ปัจจุบันราคา ณ โรงกลั่นและราคานำเข้าจะอิงกับราคา CP โดยหลักการกำหนดราคาได้เปลี่ยนแปลงจากความเสมอภาคกับการนำเข้า เป็นความเสมอภาคกับการส่งออก หลังจากประเทศเริ่มมีการส่งออกก๊าซ LPG รายละเอียดดังนี้
หลักเกณฑ์การกำหนดราคา ณ โรงกลั่น/ราคานำเข้าก๊าซ LPG
2.4 หลักเกณฑ์การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ ของก๊าซ LPG ส่งออก
กบง. ได้กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของก๊าซ LPG ส่งออกให้เท่ากับครึ่งหนึ่งของส่วนต่างระหว่างราคาก๊าซ LPG ส่งออก (ราคา CP) และราคาก๊าซ LPG ที่ทำในราชอาณาจักรตามหลักเกณฑ์ในข้อ 2.3 โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2550 เป็นต้นมา
2.5 การชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ
เนื่องจากมีการควบคุมราคาก๊าซ LPG จึงจำเป็นต้องมีการใช้กองทุนน้ำมันฯ เป็นเครื่องมือในการรักษาระดับราคาของก๊าซ LPG และจ่ายชดเชยค่าขนส่งระหว่างคลังก๊าซ ปตท.
โครงสร้างการชดเชย
ในปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาก๊าซ LPG เป็นมูลค่า 284.25 ล้านบาท/เดือน
2.6 ค่าการตลาดก๊าซ LPG
ในอดีตเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค รัฐบาลได้ปรับปรุงระบบการค้าและมาตรฐานความปลอดภัยก๊าซ LPG รวมทั้งได้มีการปรับเพิ่มค่าการตลาดก๊าซ LPG เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบการค้าและมาตรฐานความปลอดภัย มีรายละเอียด ดังนี้
2.7 ราคาขายปลีกก๊าซ LPG
2.7.1 การกำหนดราคาขายปลีกก๊าซ LPG
ปัจจุบันก๊าซ LPG ที่ใช้ในครัวเรือน รถยนต์และอุตสาหกรรม เป็นระบบราคาแบบ กึ่งลอยตัว มีการควบคุมเพียงราคาขายส่ง แต่ราคาขายปลีกไม่มีการควบคุม
2.7.2 ราคาขายปลีกก๊าซ LPG ประเทศเพื่อนบ้าน
ปัจจุบันราคาขายปลีกก๊าซ LPG ของไทยอยู่ที่ระดับ 16.81 บาท/กก. ซึ่งเป็นระดับที่ถูกกว่าประเทศใกล้เคียง ได้แก่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย แต่จะสูงกว่าพม่าซึ่งเป็นราคาที่สามารถซื้อได้เฉพาะข้าราชการเท่านั้น รายละเอียดมีดังนี้
3. ภาพรวมการจัดหา การใช้และการส่งออกก๊าซ LPG
จากการที่รัฐได้กำหนดให้ราคาก๊าซ LPG อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปชนิดอื่นๆ เป็นเวลานานนั้นส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ LPG แทนเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้การใช้ก๊าซ LPG ในภาคการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปี 2549 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 51.6 (ปริมาณการใช้โดยรวมทั้งหมดเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9) ในขณะที่การผลิตก๊าซ LPG เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.3 ส่งผลให้การส่งออกก๊าซ LPG ลดลงเหลือร้อยละ 39.2
4. ปัญหา
4.1 ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกในช่วง 2 3 ปีที่ผ่านมา สูงกว่าระดับราคาเพดานที่รัฐกำหนดตามมติข้อ 1.4 โดยปัจจุบันราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกอยู่ที่ระดับ 650 USD/ตัน ขณะที่ราคาก๊าซ LPG ณ โรงกลั่นที่จำหน่ายในประเทศไทยอยู่ที่ระดับเพดาน 320.88 USD/ตัน ทำให้เกิดส่วนต่างระหว่างราคาที่จำหน่าย ณ โรงกลั่นในประเทศกับราคาตลาดโลกประมาณ 329.12 USD/ตัน ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตและผู้ค้าก๊าซ LPG ส่งออกมากกว่าการจำหน่ายในประเทศ ส่งผลทำให้เกิดปัญหาในเชิงปริมาณโดยเฉพาะในประเด็นการจำหน่ายที่อาจไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ
4.2 จากการที่รัฐได้กำหนดให้ราคาก๊าซ LPG อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปชนิดอื่นๆ เป็นเวลานานนั้นส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ LPG แทนเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้การใช้ก๊าซ LPG ในภาคการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปี 2549 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 51.6 (ปริมาณการใช้โดยรวมทั้งหมดเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9) ในขณะที่การผลิตก๊าซ LPG เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.3 ส่งผลให้การส่งออกก๊าซ LPG ลดลงเหลือร้อยละ 39.2 ซึ่งหากปริมาณการใช้ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตรานี้ ในขณะที่การผลิตเกือบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย คาดว่าในปี 2552 ปริมาณผลิตก๊าซ LPG จะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ จะทำให้เกิดการขาดแคลนก๊าซ LPG ในประเทศ เนื่องจากผู้ค้าจะไม่นำเข้าก๊าซ LPG มาจำหน่ายในประเทศ
4.3 จากราคาขายปลีกก๊าซ LPG ในประเทศต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้เกิดการลักลอบส่งออก LPG ทำให้สูญเสียเงินกองทุนน้ำมันฯ
4.4 การใช้ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ขาดรายได้จากการส่งออกและสูญเสียโอกาสจากการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าใช้ในรถยนต์
4.5 ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2550 มีเงินสดสุทธิ 19,408 ล้านบาท มีหนี้สินค้างชำระ 26,919 ล้านบาท แยกเป็น
- หนี้พันธบัตร 17,600 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 งวด ๆ ละ 8,800 ล้านบาท จะครบกำหนดใน เดือนตุลาคม 2550 และตุลาคม 2551 ตามลำดับ
- หนี้เงินชดเชยตรึงราคาน้ำมันค้างชำระ 990 ล้านบาท
- หนี้ชดเชยราคาก๊าซ LPG 7,568 ล้านบาท
- ภาระดอกเบี้ย (ดอกเบี้ยพันธบัตรอายุ 2 และ 3 ปี) 761 ล้านบาท ฐานะกองทุนน้ำมันฯ สุทธิติดลบ 7,511 ล้านบาท
5. การแก้ไขปัญหาโดยมติ กบง. วันที่ 12 ตุลาคม 2550
จากแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความไม่เพียงพอของความต้องการใช้ก๊าซ LPG ในอนาคตได้ ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาที่จะมีผลอย่างยั่งยืน จะต้องดำเนินการยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยราคาก๊าซ LPG และปรับเพิ่มราคาก๊าซ LPG ให้สูงขึ้นถึงระดับที่เป็นจริง รวมทั้งเร่งส่งเสริมการใช้ก๊าซ NGV ในรถยนต์ให้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้ก๊าซ LPG โดยเร็วที่สุด ในขณะเดียวกันก็เร่งมาตรการบรรเทาผลกระทบของกลุ่มต่างๆ
โดย กบง. ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2550 ได้พิจารณาเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว และได้มีมติ ดังนี้
5.1 เห็นชอบการยกเลิกการชดเชยราคาก๊าซ LPG โดยปรับขึ้นราคาขายส่ง (โดยทำพร้อมกับการลดราคาขายปลีกเบนซินและดีเซล 0.50 บาท/ลิตร เมื่อกองทุนน้ำมันมีฐานะเป็นบวกแล้ว ประมาณในเดือนธันวาคม 2550) โดยให้ยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากการส่งออกก๊าซ LPG และยังคงนโยบายราคาก๊าซ ณ คลังเท่ากันทั่วประเทศ โดยเก็บเงินเข้ากองทุนฯ จากก๊าซ LPG ในระดับที่เพียงพอสำหรับชดเชยค่าขนส่งไปยังคลังก๊าซภูมิภาค (0.24 บาท/กิโลกรัม)
5.2 เห็นชอบหลักเกณฑ์การกำหนดราคา ณ โรงกลั่นก๊าซ LPG โดยกำหนดเพดานที่ต้นทุนการผลิตจากโรงแยกก๊าซฯ ร้อยละ 60 บวกราคาส่งออกก๊าซ LPG ร้อยละ 40 และราคาฐานที่ต้นทุนการผลิตจากโรงแยกก๊าซฯ โดยให้ทยอยปรับสัดส่วนเพื่อลดปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในด้านราคาขายปลีกที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้หากราคาก๊าซLPG ตลาดโลกปรับลดลงมาก การปรับเปลี่ยนสัดส่วนสามารถทำได้เร็วขึ้น
5.3 ในการดำเนินการตามข้อ 5.1 และ 5.2 กบง. ได้มอบอำนาจให้ประธาน กบง. เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม
6. การจำลองการปรับราคาตามมติ กบง.
หมายเหตุ : *สมมติฐานในการคำนวณใช้ราคา CP ของปี 2549 และราคา NG ตามประมาณการของ ปตท
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงราคาจริงจะแตกต่างจากราคาที่ได้จากการคาดการณ์ เนื่องจากราคา CP หรือต้นทุนโรงแยกก๊าซ จะเปลี่ยนแปลงตามราคาที่เกิดขึ้นจริง
7. ผลกระทบจากการดำเนินการ
การปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG 1.29 บาท/กก. หรือ 19 บาท/ถัง 15 กก. จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ ลดภาระการจ่ายเงินชดเชย 324 ล้านบาท/เดือน ค่าใช้จ่ายรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นกะละ 26 บาท อาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นจานละ 4 สตางค์ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG จะดำเนินการพร้อมกับการลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลลิตรละ 50 สตางค์ จะทำให้รายจ่ายของครัวเรือนไม่เพิ่มขึ้นแต่จะลดลง 9.46 บาท/เดือน รายละเอียด มีดังนี้
8. มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบ
ในการปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG จะมีผลกระทบในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มต่างๆ ซึ่งทางรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ดังนี้
8.1 กลุ่มอุตสาหกรรม
(1) มาตรการช่วยเหลือในการปรับเปลี่ยนเตาประสิทธิภาพสูง
โดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้การสนับสนุนวงเงินรวม 600 ล้านบาท
-
เตาอบลำไย
ช่วยเหลือร้อยละ 40 ของค่าใช้จ่ายปรับปรุงเตา วงเงินรวม
380 ล้านบาทเป้าหมายปี 2551 2554 เปลี่ยนเตา 2,840 เตา ลดค่าใช้จ่าย LPG ลง 5 บาท/กิโลกรัมลำไยแห้ง หรือเท่ากับร้อยละ 78 ประหยัดก๊าซ LPG 6,900 กก./ชุด/ปี
-
เตาเผาเซรามิค
ช่วยเหลือ+ร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายปรับปรุงเตา วงเงินรวม
217 ล้านบาทเปลี่ยนเตาเผาแบบ Shuttle 1,760 เตา ปรับปรุงมาใช้ Recuperator ลดการใช้ LPG ลงร้อยละ 30 และเปลี่ยนเตาแบบผนังเซรามิคไฟเบอร์ (ที่ใกล้หมดสภาพ) ลดการใช้ LPG ได้อีกร้อยละ 50
-
เตาอบกุนเชียง
ช่วยเหลือ 30% ของค่าใช้จ่ายปรับปรุงเตา วงเงินรวม 3 ล้านบาทเป้าหมายปี 2551 2554 ปรับปรุงเตา 50 เตา ปกติกุนเชียง 24 กก. ใช้ LPG 24 กก. ปรับปรุงแล้วลดการใช้ LPG ลง 60% ใช้ LPG 10 กก.
(2) โครงการอนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วม
โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานจะจัดส่งที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่โรงงานในเรื่องการจัดการพลังงาน เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด
(3) การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
ในการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน
8.2 กลุ่มรถแท็กซี่
(1) มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนรถแท็กซี่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ใช้ก๊าซ LPG เป็น NGV จำนวน 50,000 คัน ภายในระยะเวลา 2 ปี วงเงินค่าใช้จ่าย 2,000 ล้านบาท
(2) กรมธุรกิจพลังงานผลักดันให้มีการเพิ่มจำนวนสถานประกอบการติดตั้ง (อู่) อุปกรณ์ NGV ที่มีมาตรฐานในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จากจำนวน 18 แห่ง เพิ่มขึ้นอีก 26 แห่ง เป็น 48 แห่ง
(3) ปตท. ต้องเพิ่มจำนวนสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (NGV Station) เพิ่มขึ้นอีก 170 สถานีในปี 2551 หรืออาจเพิ่มสถานีบริการรับก๊าซจากท่อครอบคลุมสี่มุมเมือง และการเปิดสถานีบริการใกล้อู่แท๊กซี่
(4) ปตท. ต้องเพิ่มจำนวนรถบรรทุกก๊าซอีก 300 คัน เพื่อให้เพียงพอสำหรับการสนับสนุนก๊าซ NGV ในสถานีบริการ
ทั้งนี้ การดำเนินการตาม (3) และ (4) ปตท. จะเป็นผู้ลงทุนในวงเงินรวม 6,700 ล้านบาท