วันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2551
เธชเธฒเธฃเธเธเธตเธเธฒเธเนเธเธฃเธเธฑเธจเธเน
เธชเธฒเธฃเธเธเธตเธเธฒเธเธงเธดเธเธขเธธ
เธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เนเธญเธเธชเธฒเธฃเนเธเธขเนเธเธฃเน
เนเธเธชเนเธเธญเธฃเน
เธชเธเธดเนเธเนเธเธญเธฃเน
เธกเธเธดเธเธ
เนเธเธฅเธดเธเธดเธงเธชเน
FAQ
เนเธเธเธฒเนเธเธฃเธเธฑเธจเธเน
เนเธเธฉเธเธฒเธงเธดเธเธขเธธ
เนเธเธฉเธเธฒเธทเธชเธทเนเธญเธชเธดเนเธเธเธดเธกเธเน
เนเธเธเนเธฒ
เธเนเธฒเธ
เธเนเธณเธกเธฑเธ / เธเธดเนเธเธฃเนเธฅเธตเธขเธก
เธญเธเธธเธฃเธฑเธเธฉเนเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เธเนเธขเธเธฒเธขเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เนเธเธเนเธฒ
เธเนเธณเธกเธฑเธ
เธเนเธฒเธ
เธญเธเธธเธฃเธฑเธเธฉเนเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เธเนเธขเธเธฒเธขเธเธฅเธฑเธเธเธฒเธ
เธเธเธชเธฑเธกเธ เธฒเธเนเธเธฒเธเนเธเธฃเธเธฑเธจเธเน
เธเธเธชเธฑเธกเธ เธฒเธเนเธเธฒเธเธงเธดเธเธขเธธ
เธเธเธชเธฑเธกเธ เธฒเธเนเธเธฒเธเธชเธทเนเธญเธชเธทเนเธเธเธดเธกเธเน
สารคดีทางโทรทัศน์
สารคดีทางวิทยุ
เอกสารเผยแพร่
โปสเตอร์
สติ๊กเกอร์
มติชน
เดลินิวส์
FAQ
โฆณาโทรทัศน์
โฆษณาวิทยุ
โฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์
::
ราคาน้ำมันวันนี้
:: ข่าวดี !บ้านใครใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 1,500 บ/ด เชิญเข้าร่วมโครงการล้างแอร์ฟรี โดยแจ้งความประสงค์ได้ที่ 0-2436-5555 ::
:: รถจักรยานยนต์ 4 จังหวะทุกรุ่น สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลได้ สำหรับรถ 2 จังหวะให้ดูตามคู่มือหรือใบแจ้งของแต่ละบริษัท
December
2
2008
ไฟฟ้า
ก๊าซ
น้ำมัน / ปิโตรเลียม
อนุรักษ์พลังงาน
นโยบายพลังงาน
ไฟฟ้า
น้ำมัน
ก๊าซ
อนุรักษ์พลังงาน
นโยบายพลังงาน
บทความต่างประเทศ
บทสัมภาณ์ทางโทรทัศน์
บทสัมภาณ์ทางวิทยุ
บทสัมภาณ์ทางสื่อสื่งพิมพ์
Home
|
Webboard
|
Login
|
Register
|
Site Map
หน้าหลัก
|
พลังงานในพระราชดำริ
|
บทสารคดี
|
เอกสารเผยแพร่
|
การ์ตูนพลังงาน
|
ไขข้อข้องใจ
|
คลิปวิดีโอ
|
สื่อประชาสัมพันธ์
|
โครงการดีดี
ข่าวพลังงาน
|
สรุปข่าวพลังงาน
|
News Clipping
|
ราคาน้ำมัน
|
บทความ
|
บทสัมภาษณ์
|
เกร็ดความรู้
121/1-2 ถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
สายด่วน หาร 2 โทร. 0-2612-1040
พลังงานทดแทนใจชื้นเกษตรกรใต้แห่งปลูกปาล์มเพิ่ม
ที่มา:ฐานเศรษฐกิจ
วันที่: 5/2/2551
วิกฤติปัญหาปาล์มน้ำมัน กำลังเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า จะกระทบต่อนโยบายพลังงานทดแทน ที่ภาครัฐกำลังเร่งส่งเสริมเพื่อใช้แก้ปัญหาวิกฤติด้านพลังงานที่ทั้งประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ กำลังกลายเป็นปัญหาที่หลายประเทศต้องเร่งหาทางออก โดยพลังงานทดแทนได้ถูกหยิบยกและกล่าวถึงในการเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเข้ามาช่วยบรรเทาวิกฤติปัญหา แต่การผลิตพลังงานทดแทน โดยเฉพาะไบโอดีเซล จำเป็นต้องมีวัตถุดิบที่สำคัญเพื่อที่จะนำมาสกัดเป็นพลังงาน พืชที่ถูกกำหนดให้มีบทบาทที่สำคัญในโครงการนี้คือ
"ปาล์ม"
แต่ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีลักษณะสภาพพื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกพืชชนิดนี้ แต่ยังมีปัจจัยอีกหลายประการที่ยังเป็นอุปสรรคต่อโครงการนี้
วิกฤติปาล์มขาดแคลนหนัก
นายสมชาย สุทธิรักษาวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวีอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร และเจ้าของกิจการไบโอดีเซล เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดปาล์มน้ำมันในขณะนี้ว่า เป็นช่วงที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดน้อย ซึ่งเป็นวัฏจักรปกติของปาล์มน้ำมันที่ช่วงระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคม ผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดน้อย ซึ่งขณะนี้จากปัญหาผลผลิตที่มีน้อยในขณะที่ปริมาณความต้องการใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การบริโภค และไบโอดีเซลมีมาก ส่งผลให้ราคาปาล์มทลายพุ่งสูงสุดเป็นประวัติกาล ล่าสุดในเดือนมกราคมนี้ราคาซื้อขายปาล์มดิบทลายสูงถึง กก.ละ 6.60-6.80 บาท จากราคาปกติราคา 2.50-3.50 บาท
ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบจำนวน 980,459 ตันต่อปี และอาจจะขยับพุ่งกว่า 100,000 ตันในปีนี้ และเพิ่มเป็น 300,000 ตันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อันเป็นผลจากนโยบายพลังงานทางเลือก และความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันภายในประเทศที่เก็บเกี่ยวได้มีทั้งหมด 2.74 ล้านไร่ มีผลผลิตโดยรวมประมาณ 7.27 ล้านตัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบผลผลิตโดยรวมกับปริมาณความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการบริโภค และอุตสาหกรรมทั่วไป ก็ไม่มีความเพียงพอจนต้องมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบกว่า 200,000 ตันในแต่ละปี
จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเรื่องการใช้พลังงานทดแทน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานของชาติ โดยเฉพาะโครงการผลิตไบโอดีเซล เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมัน บรรเทาปัญหาภาวะราคาน้ำมันแพงอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดความตื่นตัวในทุกภาคส่วนเพื่อเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ นายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ด้านวัตถุดิบรองรับโดยเฉพาะการขยายพื้นที่ปลูกพืชพลังงาน ซึ่งล่าสุดทางรัฐบาลประกาศนโยบายชัดเจนที่จะขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันให้ได้ 2.5 ล้านไร่ ภายในปี 2554 นี้ เพื่อรองรับทั้งความต้องการในภาคอุตสาหกรรม และโรงงานผลิตไบโอดีเซลที่ทยอยเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้นทางจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็น 1 ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร สุราษฏร์ธานี กระบี่ และนครศรีธรรมราช ที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มกว่า 80% ของพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทั้งหมด หรือประมาณ 1.2 ล้านไร่ เตรียมเดินหน้าส่งเสริมและเร่งหาทางขยายพื้นที่ปลูกอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถเป็นฐานวัตถุดิบรองรับภาคอุตสาหกรรม และโครงการไบโอดีเซลที่กำลังจะเกิด โดยมีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในเขตพื้นที่จังหวัดชุมพร ให้ได้ 700,000 ไร่ภายในปี 2551 นี้ จากปัจจุบันที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในชุมพรประมาณ 500,000 ไร่ โดยกำลังเร่งสำรวจพื้นที่รกร้าง รวมถึงการชักจูงให้ชาวสวนผลไม้ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตมานาน และกำลังจะโค่นเพื่อปลูกใหม่ให้หันมาเลือกปลูกพืชพลังงานแทน นอกจากจะมีอนาคตที่ดีกว่าแล้ว ความเสี่ยงทางด้านการผันผวนของราคามีน้อยกว่าผลไม้
ตั้งเป้า 10 ล้านไร่ภายใน 10 ปี
นายวรพงษ์ กลางประพันธ์ เกษตรจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จากแนวโน้มความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมแปรรูปปาล์มน้ำมัน รวมถึงการเกิดขึ้นของโรงกลั่นน้ำมันไบโอดีเซล ทำให้เกิดการวิตกถึงผลผลิตปาล์มน้ำมันดิบที่จะนำมาป้อนโรงงาน และภาคอุตสาหกรรมมีไม่เพียงพอกับความต้องการ จนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและแผนงาน รวมถึงแนวนโยบายต่างๆของรัฐ โดยเฉพาะพลังงานทดแทน ทำให้ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมเดินหน้าแผนการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันอีกครั้ง เพื่อรองรับความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
โดยมีการตั้งเป้าหมายไว้ว่า นับจากนี้จะหาแนวทางส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันให้ได้ไม่ต่ำกว่า 500,000-1 ล้านไร่ต่อปี โดยจะเน้นในเขตพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้เป็นหลัก เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย โดยกลุ่มเป้าหมายคือพื้นที่นาร้าง สวนผลไม้ รวมถึงสวนยางพาราเดิม ซึ่งจะต้องหาทางทำความเข้าใจ และชี้แจงให้เห็นถึงผลดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เหตุที่ภาครัฐเร่งหาทางส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มในประเทศอย่างเร่งด่วนขณะนี้ เป็นเพราะปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงกว่าพืชน้ำมันอื่นๆ ทั้งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายทั้งในสินค้าอุปโภคและบริโภค ส่งผลให้ส่วนแบ่งการผลิตน้ำมันปาล์มต่อน้ำมันพืชโลกจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จาก 11.71% ในช่วงปี 2519-2543 เป็น 27.48% ในปี 2544-2548 และคาดว่าน้ำมันปาล์มจะมีส่วนแบ่งการผลิตน้ำมันพืชโลกเป็น 31.24% ในปี 2559-2563 สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยมีอัตราการขยายตัวสูงเช่นกัน โดยพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นจาก 69,625 ไร่ ในปี 2520 เป็น 2.04 ล้านไร่ในปี 2548 และคาดว่าในอีก 10 ข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 10 ล้านไร่
เกษตรกรแห่ให้ความสนใจร่วมโครงการ
นายมนตรี เมืองพรหม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 8 สุราษฏร์ธานี ซึ่งรับผิดชอบดูแลในเขตพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า จากโครงการปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อรองรับนโยบายพลังงานทดแทนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอต่างๆ รับไปดำเนินการนั้น ปรากฏว่า ขณะนี้ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 8 ประกอบด้วย สุราษฏร์ธานี,กระบี่,ชุมพร,ระนอง,พังงา,ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช ได้มีเกษตรกรที่มีพื้นที่มีพื้นที่เหมาะสมในการปลูกปาล์มสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากกว่า 20,000 ราย
ทั้งนี้เป็นเพราะราคาปาล์มน้ำมันที่มีแนวโน้มที่ดีมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งราคาผลปาล์มและน้ำมันปาล์มดิบ มีการนำน้ำมันปาล์มไปผลิตไบโอดีเซลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น หลายฝ่ายจึงพยายามมองหาแหล่งพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการหันมาใช้น้ำมันพืชจากปาล์มน้ำมันเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเป็นไบโอดีเซลกันมากขึ้นกว่าเดิม ในขณะนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันยังมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด จากแนวโน้มและกระแสความต้องการดังกล่าวจึงสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร ที่เกิดความมั่นใจว่า ปาล์มน้ำมันเป็นพืชพลังงานทดแทนในอนาคต ทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 8 จึงได้มีการกำหนดเป้าหมายและจัดทำแผนการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันในเขตพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนให้เพิ่มขึ้นจากเดิมได้ไม่ต่ำกว่า 240,000 ไร่ภายในระยะ 5 ปีนับจากนี้ โดยทางสำนักงานฯจะให้ความช่วยเหลือ แนะนำ และคอยเป็นพี่เลี้ยงแก่เกษตรที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง
เตรียมตั้งเมืองปาล์มรับยุทธศาสตร์
นายมนตรีกล่าวต่อว่า จากนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทดแทน ทำให้ขณะนี้ทางรัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะผลักดันให้เกิดเมืองปาล์มน้ำมันขึ้นในประเทศไทยตามยุทธศาสตร์การพัฒนาปาล์มน้ำมันของประเทศที่กำหนดเป็นแผนระยะยาว 25 ปี(2547-2572) ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นการดำเนินงานให้ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งระยะสั้น(5 ปี) ระยะกลาง (10 ปี) ระยะยาว (25 ปี) เพื่อหวังจะยกฐานะอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันภายในประเทศขึ้นชั้นใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
จุดสำคัญในแผนงานระยะสั้นที่จะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นก่อน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนา คือ การเกิดขึ้นของเมืองปาล์มน้ำมัน โดยจังหวัดที่จะได้รับคัดเลือกจะต้องอยู่ในเงื่อนไข 4 ข้อหลัก ดังนี้
1.ต้องมีขนาดพื้นที่มากพอที่จะสามารถก่อตั้งเมืองปาล์มน้ำมันในช่วงแรก และรองรับการขยายตัวในอนาคต ซึ่งภายในเมืองปาล์มน้ำมันจะประกอบด้วยโรงงานสกัด และโรงงานแปรรูปครบวงจร
2.ต้องมีท่าเรือเพื่อคอยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านการขนถ่ายสินค้า
3.ต้องเป็นศูนย์กลางการคมนาคม หรือการคมนาคมต้องสะดวก หากพัฒนาก็ต้องปรับปรุงไม่มาก และ
4.ที่สำคัญชุมชนบริเวณใกล้เคียงต้องไม่มีการคัดค้าน โดยขณะนี้มีพื้นที่ 2 จังเข้าข่ายการพิจารณาคือสุราษฏร์ธานี กับกระบี่ โดยข้อเด่นของ 2 จังหวัด คือ การมีพื้นที่ปลูกปาล์มจำนวนมาก พร้อมยังมีท่าเรือ และโครงข่ายการคมนาคมที่สะดวก หลังจากที่มีการประกาศเมืองปาล์มน้ำมันแล้ว แผนงานต่อไปคือการดำเนินการวางแผนในรายละเอียด ผังโครงการ รวมถึงการก่อสร้างโรงงานต่างๆ ในขณะเดียวกันก็จะมีการส่งเสริมการปลูกปาล์มควบคู่กันไปด้วย ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10 ล้านไร่ ภายใน 25 ปีนี้
หวั่นนโยบายและทิศทางตลาด
นายกฤษณะ ศุภสุทธิ์ ประธานชมรมชาวสวนปาล์มน้ำมันใน 3 จังหวัดภาคใต้ตอนบน(ชุมพร,พังงา,สุราษฏร์ธานี) และประธานชมรมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า เกษตรกรชาวสวนปาล์มยังหวั่นแนวนโยบายของภาครัฐต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน เนื่องจากที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นเพียงนโยบายลมปาก แต่ไม่มีการดำเนินการในทางปฏิบัติเพื่อรองรับผลผลิตปาล์มน้ำมัน ทั้งที่ปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในแต่ละฤดูกาลมีไม่มาก และไม่เพียงต่อปริมาณการใช้ภายในประเทศ แต่ราคายังตกต่ำ แม้แต่การนำผลผลิตออกไปขายยังโรงงานก็ไม่สามารถทำได้ ทำให้เกษตรกรขาดความเชื่อมั่นและไม่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการขยายพื้นที่เพาะปลูก
หากทางภาครัฐมีความชัดเจนในเรื่องการพัฒนาตลาดปาล์มน้ำมัน เช่นเดียวกับยางพาราคาดว่า การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกปาล์มเป็นจำนวนมากในเขตพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงภาคอื่นๆ ส่วนระดับราคาที่พุ่งสูงขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจนทะลุ 4.50 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ตนมองว่าเป็นเพราะมีปัจจัยต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องในหลายๆ ประการ แต่ตอนนี้ยังไม่กล้าคาดการณ์ต่อไปในอนาคตว่า ระดับราคาจะยังสูงต่อไปหรือไม่
สิ่งที่จะรับประกันได้ คือ การประกันราคาของรัฐบาล หากต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศอย่างแท้จริง ต้องรับประกันให้กับเกษตรกรทั้งรายเก่า และรายใหม่ว่า ราคาขายผลปาล์มสดจะไม่ต่ำกว่า 3 บาท/กิโลกรัม
งานนี้หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ผู้ลงทุนด้านพลังงานทดแทน โดยเฉพาะไบโอดีเซล คงใจชื้นขึ้นมาได้บ้างว่า ปัญหาวิกฤติวัตถุดิบขาดแคลน คงจะหมดไป