|
"เกริกไกร"ผลักดันส่งออกปีหน้าโต 15-18%
นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าหลังจากเข้ารับตำแหน่งและจะร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกวันนี้ (10 ต.ค.) คาดว่าจะประชุมหารือและเข้ากระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการช่วงบ่าย งานเร่งดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ต้องขอดูรายละเอียด ส่วนตัวสิ่งที่สำคัญต้องผลักดันการส่งออกปีหน้าให้โตไม่ต่ำกว่า 15-18% หากสามารถผลักดันการส่งออกให้เติบโตเป็นที่น่าพอใจ ก็จะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีเสถียรภาพ แต่ต้องเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีก่อน หากทำให้การส่งออกมีเสถียรภาพก็จะเกิดความมั่นคง
นอกจากนี้ ต้องดูแลการแข่งขันทางการค้าให้มีความเป็นธรรม และดูแลราคาสินค้าในประเทศให้มีเสถียรภาพ เป็นธรรมทุกฝ่าย มีการแข่งขันกันได้ ซึ่งแน่นอนเรื่องการค้าและการลงทุนถือเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุน หากสามารถดำเนินการอย่างมีเสถียรภาพ จะทำให้การค้าการลงทุนดีขึ้น ส่วนการเจรจาภายใต้กรอบเอฟทีเอ คงต้องดูรายละเอียด แต่ทุกเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลอยู่ ต้องดำเนินการและขอเวลาประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
สร้างรากแก้วให้แข็งแกร่งพึ่งพาตัวเองได้
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่ารายละเอียดการทำงานคงต้องฟังนโยบายจากนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ยืนยันว่าภาพรวมความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศยังคงมีอยู่ และยอมรับว่าเป็นรัฐบาลที่มีอายุการทำงาน 1 ปี ซึ่งจะต้องเร่งสะสางเรื่องต่างๆ โดยสิ่งที่ตั้งใจจะทำมีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.ตัดสินใจในสิ่งที่ค้างอยู่ก่อนหน้านี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมเสนอให้ตัดสินใจอยู่แล้ว วันนี้ (10 ต.ค.) ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมจะชี้แจงรายละเอียดของงานต่างๆ 2.ดำเนินนโยบายปรับให้เศรษฐกิจระดับรากแก้วมีความเข้มแข็ง และ 3.ดูแลผู้ที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ มั่นใจว่าภายใน 1 ปี จะสามารถทำได้ต่อเนื่อง
ส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ (เมกะโปรเจค) จะให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนเหมือนกับนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมาหรือไม่ นายโฆสิต กล่าวว่า จะให้ทางกระทรวงการคลัง ซึ่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลพิจารณา และในวันพรุ่งนี้จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 08.00 น. จะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กระทรวงอุตสาหกรรม และกลับมาประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
ส่งเสริมแข่งขันพลังงานเสรี
ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จะเดินหน้าส่งเสริมแข่งขันธุรกิจพลังงานอย่างเสรี โดยไม่ต้องการให้มีการแทรกแซงราคาน้ำมัน เพราะที่ผ่านมาถูกแทรกแซงโดยภาครัฐ ทำให้ผู้ค้ารายย่อยต้องปิดตัวไปมาก ส่วนค่าไฟฟ้าจะปรับสูตรโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานให้เป็นธรรมและเหมาะสม เพราะสูตรปัจจุบันให้ความสำคัญเรื่องผลตอบแทน กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มากเกินไป ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าฐานลดลง ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ เอฟที จะดูแลให้ปรับขึ้น-ลงตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง ไม่ให้นำต้นทุนแฝงมารวม
ส่วนกรณี บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองนั้น ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่จะปรับปรุงร่างกฎหมายดูแล ปตท.ที่เคยประกาศไว้ก่อนแปรรูป เช่น การโอนอำนาจมหาชน และการโอนที่ดินจากการเวนคืน ไปให้บริษัท ปตท. ต้องปรับปรุงให้เหมาะสม โดยยืนยันว่าในช่วง 1 ปีจะไม่แปรรูป กฟผ.แน่นอน เพราะเห็นว่าการแปรรูปจะต้องมีกฎหมายกำกับกิจการพลังงาน และมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเข้ามาดูแล
ค่าไฟฟ้าจะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเป็นต้นทุนที่มาจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การดำเนินงานที่ไม่มีประสิทธิภาพแล้วผ่านเข้ามารวมเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้า กฟผ.ต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ประหยัดที่สุด เช่น เมื่อราคาน้ำมันเตาสูงขึ้นก็ไม่ใช่จะต้องปรับค่าเอฟที แต่ควรหันไปใช้พลังงานอื่น ๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติและพลังงานจากถ่านหิน หาก กฟผ.ไม่สามารถบริหารจัดการได้ก็ต้องรับภาระไป ดร.ปิยสวัสดิ์ กล่าว
ดร.ปิยสวัสดิ์ ยังกล่าวถึงนโยบายการทำงานว่า รายละเอียดยังไม่สามารถชี้แจงได้ จะต้องหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะดำเนินการจะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ส่วนเรื่องใดที่ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการเกินกว่า 1 ปี เช่น แปรรูป กฟผ. ก็จะยังไม่ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม มีหลายเรื่องที่จะต้องทำ เช่น การปรับโครงสร้างการกำกับดูแลโครงสร้างการบริหาร เพื่อไม่ให้มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่ควรจะดำเนินการ เช่น อำนาจมหาชนที่อยู่ในรัฐวิสาหกิจที่ผ่านการแปรรูปไปแล้ว เช่น ปตท. ก็จัดการเอาอำนาจเหล่านี้ไปอยู่ในองค์กรกำกับดูแล ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ทำ ในขณะที่เรื่องดังกล่าวควรดำเนินการตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว เพราะทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องต่อศาลปกครอง
นอกจากนี้ จะเร่งผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศ เพราะที่ผ่านมามีการปฏิบัติเพียงบางเรื่อง เช่น เอทานอล และไบโอดีเซล ขณะที่วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร น้ำเสีย ขยะ ไม่ได้มีการสานต่อให้เดินหน้าเร็วเท่าที่ควร
สำหรับนโยบายยกเลิกใช้น้ำมันเบนซิน 95 ดร.ปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงเอทานอลเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน 95 นั้น ต้องพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งอาจเปิดให้ใช้ควบคู่กับแก๊สโซฮอล์ 95 เพราะที่ผ่านมาช่วงที่มีการยกเลิกการใช้สารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน ก็ยังมีการใช้น้ำมันที่มีสารตะกั่วและไม่มีสารตะกั่วควบคู่กันนานหลายปี
ส่วนหนี้สินของกองทุนน้ำมันเชื้องเพลิงที่เป็นหนี้อยู่อีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาทนั้น หากต้องการให้หนี้ลดก็ต้องเก็บเงินเข้ากองทุนฯเพิ่มขึ้น ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาค่าการตลาดอยู่ในระดับที่สูงขึ้น แต่หากไม่ต้องการเก็บเงินเข้ากองทุนฯเพิ่มก็ให้ปรับลดราคาน้ำมันขายปลีก
เร่งสางปัญหาสุวรรณภูมิงานแรก
พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้รับการทาบทามจากนายกรัฐมนตรีให้มาช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง จึงรับอาสามาแก้ไข ยอมรับว่าหนักใจในการเข้ามารับตำแหน่ง เพราะเข้ามาในฐานะทหารเรือ ไม่ใช่ลูกหม้อของกระทรวงคมนาคม คงต้องเร่งทำงานให้ดีที่สุด เพราะมีระยะเวลากระชั้นชิดในการทำงาน หลังจากนี้จะเดินทางไปตรวจสอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อแก้ปัญหาความไม่สะดวกในการให้บริการ ซึ่งต้องเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เพราะสนามบินสุวรรณภูมิยังมีปัญหาอยู่มาก คงต้องอาศัยเวลาเล็กน้อยในการแก้ปัญหา ซึ่งยอมรับว่า ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้มีหลายด้าน อย่างที่รู้กันอยู่คือปัญหาการทุจริต ไม่ชอบมาพากล ปัญหาความไม่สะดวก ซึ่งตนจะรีบไปตรวจสอบที่นั่นและจะลงไปกำชับหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนผู้ที่รับผิดชอบให้เร่งรัดแก้ไขปัญหา ก็ยืนยันว่าจะพยายามทำอย่างเต็มที่ ส่วนจะเห็นผลเมื่อไร ขออย่าเพิ่งพูดตอนนี้ แต่จะทำให้ดีที่สุด แก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อน สำหรับเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดและสายพานลำเลียงกระเป๋า จะแก้ไขให้เรียบร้อยให้ได้
สำหรับปัญหาโยนความรับผิดชอบระหว่างบริษัทท่าอากาศไทย จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะทำอย่างไร พล.ร.อ.ธีระ กล่าวว่า จะพยายามเร่งแก้ไขปัญหาให้เต็มที่ แต่ขอเวลาระยะหนึ่ง ส่วนโครงการขนส่งระบบมวลชน รถไฟฟ้านั้น ขอรับนโยบายจากรัฐบาลชุดนี้ก่อนถึงจะพิจารณาในรายละเอียด แต่ก็จะเร่งรัดดำเนินการ ซึ่งตนยอมรับว่า กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่ท้าทายมากที่สุด และนายกฯก็ขอร้องว่า ให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศ ตนก็เห็นว่า น่าจะเป็นโอกาสเข้ามาช่วยประเทศชาติได้
"สรรเสริญ" พร้อมดูแลงานคมนาคมทุกด้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น.นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม โดยมีนายชลอ คชรัตน์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาการปลัดกระทรวงคมนาคม นำชมห้องทำงาน ซึ่งมีให้เลือก 2 ห้อง เพราะก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมมีรัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่ง โดยนายสรรเสริญได้เลือกใช้ห้องทำงานเดิมของพลเอกชัยนันท์ เจริญศิริ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นายสรรเสริญ กล่าวหลังชมห้องทำงานว่า ขณะนี้ยังไม่ได้แบ่งงานกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม และจะหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการเพื่อทำความเข้าใจและแบ่งงานกำกับดูแลวันนี้ แต่ตนพร้อมดูแลรับผิดชอบงานทุกด้านในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และไม่มุ่งเน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมามีความคุ้นเคยกับงานของกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างดีในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
BACK
|